วันศุกร์ที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2556

แลกเปลี่ยนเรียนรู้..........สู่การลงมือปฏิบัติจริง

แลกเปลี่ยนเรียนรู้..........สู่การลงมือปฏิบัติจริง
ทดลองทำกิจกกรมจิตศึกษาน้องอนุบาล 1 (โยคะ)
ครูเปิ้ลพาน้องอนุบาลทำโยคะ โดนเริ่มจากท่ายืน ท่าไหว้พระอาทิตย์ให้น้องอนุบาลถ่างขาออกเล็กน้อยแล้วค่อยๆกางแขนออกยกขึ้นเหนือศรีษะแล้วค่อยๆก้มลง แล้วนับ 1 ถึง 10 แล้วค่อยๆเงยหน้าขึ้น  (ทำท่านี้ 5 ครั้ง)
ต่อไปท่าต้นไม้ ค่อยๆยกมือขึ้นเหนือศรีษะมือประกบกันค่อยๆเขย่งเท้าขึ้นยืนด้วยปลายเท้านับ 1-10 แล้ว (ทำท่านี้ 5 ครั้ง)
ท่าต่อไปท่าเก้าอี้ ถ่างขาออกเล็กน้อยแล้วชูแขนมาข้างหน้าแล้วย่อตัวนั่งเหมือนนั่งเก้าอี้ นับ 1-10 แล้วยืนขึ้น (ทำท่านี้ 5 ครั้ง)
จากนั้นนั่งลงทำท่าเต่า เอามือจับข้อเท้าตัวเองแล้วก้มศรีษะลงนับ 1-10 แล้วค่อยๆเงยหน้าขึ้น (ทำท่านี้ 5 ครั้ง) ท่าต่อไปท่าจระเข้นอนอาบแดด นอนราบกับพื้นเอาศรีษะหนุนมือตัวเอง  เตรียมทำท่าตั๊กแตน นอนราบกับพื้นมือสองข้างแนบลำตัวยกแขนและขาขึ้นให้โก่งนับ 1-10 (ทำท่านี้ 5 ครั้ง) จากนั้นนอนท่าจระเข้อาบแดดอีกครั้ง แล้วเตรียมทำท่าธนูนอนราบกับพื้นมือสองข้างจับเท้าทั้งสองข้างแล้วดึงให้ตัวโก่งขึ้นแล้วปล่อยธนู คือปล่อยมือแล้วนอนพักท่าจระเข้
**ในการทำกิจกรรมต้องเสริมแรงบวกให้กำลังใจเด็กๆในการทำกิจกรรมทุกครั้ง**
สิ่งที่ดีแล้วในการทำกิจกรรมจิตศึกษา (โยคะ)
1.ท่าทีของครู น้ำเสียง สีหน้า การยิ้มแย้ม
2.การเสริมแรงให้กำลังใจเด็ก
สิ่งที่แนะนำเพิ่มเติมจากครูยิ้มและคณะครู
1.ทำกิจกรรมเร็วโยคะเป็นกิจกรรมที่กำหนดลมหายใจ ทำช้าๆจะดีมาก
2.การเก็บเด็กถ้ากิจกรรมดำเนินไปแล้วเด็กไม่ฟังให้หยุดก่อน
 
ครูพาน้องอนุบาลทำ Brain Gym พี่ตะปูและพี่ฆ้อน

ทดลองสอนภาษาไทย พี่ป.2 (สอนเกี่ยวกับคำราชาศัพท์) นิทาน เจ้าหญิงปุยฝ้ายกับเจ้าชายสายลม
1.ครูพูดคุยกับพี่ ป.2 เกี่ยวกับเรื่องของนิทานที่พี่ป.2 อ่านเมื่อวานนี้ ตัวละครมีอะไรบ้าง เหตุการณ์เป็นอย่างไร จากนั้นครูจึงโยนคำถามกับพี่ป.2ว่าพี่ๆอยากรู้ไหมว่าเหตุการณ์ต่อไปจะเป็นอย่างไร เจ้าชายจะไปไหน จากนั้นครูปิ้ลก็ให้เวลาพี่ป.2 อ่านในใจแบบไม่มีเสียงประมาณ 20 นาที เพื่อทำความเข้าใจกับเนื้อเรื่อง แล้วพูดทำข้อตกลงกับพี่ๆว่าพี่ที่อ่านเสร็จแล้วจะนั่งตัวตรงมือวางไว้ที่ตักค่ะ เพื่อเป็นสัญญาณให้ครูเปิ้ลและเพื่อนๆเข้าใจ
2.หลังจากที่พี่ๆอ่านเสร็จครูเปิ้ลจึงถามเกี่ยวกับเนื้อเรื่องต่อว่าเป็นยังไง ยกมือตอบทีละคน
3.ครูเปิ้ลถามพี่ว่าพี่เห็นคำไหนในนิทานเรื่องนี้บ้างค่ะ คำไหนที่พี่ไม่เข้าใจความหมายเลยหรือไม่เคยรู้จักมาก่อน แล้วพี่ป.2 ก็ตอบมา มีดังนี เสด็จ พระองค์ พระทัย พระบาท ตรัสเป็นต้น
4.ครูเปิ้ลจึงอธิบายกับพี่ๆว่า พี่ๆรู้จักคำนี้ไหม คำราชาศัพท์มีพี่มายด์แพร ตอบว่า คือคำที่ใช้กับพระราชา เยี่ยมมากค่ะ ขอบคุณพี่มายด์แพรค่ะ ใช่แล้วค่ะเป็นคำเฉพาะที่ใช้ในเชื้อพระวงษ์ พระมหากษัตริย์เท่านั้น อย่างเราๆใช้ไม่ได้ค่ะ พี่ป.2 เก่งมากเลยค่ะ
5. จากนั้นครูเปิ้ลพูดกับพี่ป.2 ว่าครูเปิ้ลมีอะไรให้พี่ช่วย ช่วยครูเปิ้ลหาคำราชาศัพท์ในนิทานเรื่องนี้หน่อยว่ามีกี่คำ อะไรบ้าง แล้วให้พี่ช่วยหาความหมายของคำนั้น พร้อมวาดภาพประกอบ (พี่ๆป.2 ให้ความร่วมมือดีค่ะเป็นครั้งแรกที่สอนถือว่าดีในระดับหนึ่งค่ะ พอใจค่ะ)
**คำไหนที่พี่ๆไม่เข้าใจให้กลับไปอ่านดูข้อความนั้นเพราะคำแต่ละคำมันมีความหมายของมันเอง**
คำราชาศัพท์
ความหมาย
วาดภาพประกอบ










สิ่งที่ทำดีแล้วในการทดลองสอนภาษาไทย
1.ท่าทีของครู น้ำเสียง คำพูด
2.ขั้นตอนการสอน การเตรียมการสอน
สิ่งที่แนะนำเพิ่มเติมจากครูยิ้มและคณะครู
1.เทคนิคการเก็บเด็ก
2.การให้เด็กในห้องมีส่วนร่วมให้มากกว่านี้
 นั่งรอพี่ๆป.2อ่านนิทานต่อให้จบ พี่ป.2ตั้งใจมากเลยค่ะ
พี่ๆดูตั้งใจมากเลยค่ะ


กิจกรรมปั่นจักยานลดโลกร้อน

กิจกรรมปั่นจักยานลดโลกร้อน
ของ นักเรียนชั้นอนุบาล 1- 2 คณะครูและผู้ปกครอง
โรงเรียนลำปลายมาศพัฒนา จ.บุรีรัมย์
วันที่ 8 มีนาคม 2556
            วัตถุประสงค์ ที่จัดกิจกรรมปั่นจักรยานลดโลกร้อน เป็นส่วนหนึ่งของการเรียน PBL ระดับชั้นอนุบาล ซึ่ง Quarter ที่ 4 เด็กๆได้เรียนเรื่อง จักรยาน และได้คิดหากิจกรรมดีๆที่สร้างสรรค์เป็นกิจกรรมที่ดีมากช่วยลดโลกร้อนโดยการปั่นจักรยาน เป็นกิจกรรมที่ผู้ปกครองมีส่วนร่วม
            ในวันที่ 8 มีนาคม 2556 คณะครู นักเรียนอนุบาลและผู้ปกครอง โรงเรียนลำปลายมาศพัฒนา ได้จัดกิจกรรมปั่นจักรยานลดโลกร้อน โดยมีเส้นทางการปั่นจักรยานจากสถานีตำรวจลำปลายมาศถึงห้องสมุดรถไฟลำปลายมาศ
*** กิจกรรมครั้งนี้ลุล่วงไปด้วยดี ต้องขอขอบคุณคณะครู นักเรียน ผู้ปกครอง โรงเรียนลำปลายมาศพัฒนา ที่ขาดไม่ได้คือ ท่านผู้กำกับ สภ.ลำปลายมาศ เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกท่านที่อำนวยความสะดวกและดูแลความปลอดภัยตลอดการดำเนินกิจกรรม คณะครูและเจ้าหน้าที่ห้องสมุดรถไฟ ที่ให้ความรู้เกี่ยวกับการใช้ห้องสมุดและดูแลอาหารว่างให้แก่เด็กๆค่ะ ทริปนี้เต็มเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้ม ความรู้ เด็กๆมีความอดทนมากเลยค่ะในการปั่นจักรยานมาถึงจุดหมาย ถึงแม้ว่าวันนั้นแดดจะร้อนมาก แต่เด็กๆก็สู้ๆค่ะ***
"ความรู้สึกที่ได้เข้าร่วมกิจกรรม: รู้สึกยินดีและเป็นเกียรติที่ได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมครั้งนี้เป็นกิจกรรมที่ดีมากเห็นความร่วมมือระหว่างผู้ปกครองและโรงเรียนมีปฏิสัมพันธ์ที่ดีต่อกันเป็นภาพที่น่ารักมากเลยค่ะและสนุกมากค่ะ เด็กๆน่ารัก ไม่มีบ่นว่าเหนื่อยเลยค่ะ เห็นรอยยิ้มของเด็กๆที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข มีความสุขมากเลยค่ะ หายเหนื่อยเลย " (ครูเปิ้ล)
 ผู้กำกับ สภ.ลำปลายมาศกล่าวต้อนรับและเปิดงาน ปั่นจักรยานลดโลกร้อน
น้องโปเต้ สู้ๆๆครับพร้อมปั่นแล้วครับ !!
เด็กๆอนุบาลมุ่งหน้าไปห้องสมุดรถไฟ ที่สถานีรถไฟลำปลายมาศ
เด็กๆเยี่ยมชมดูห้องสมุดรถไฟกันค่ะ ตื่นเต้นกันใหญ่เลย  ครูก็ตื่นเต้นเหมือนกัน !!
ถ่ายรูปรวม 1 2 3 แชะ  น่ารักมากเลยค่ะ........




กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ( ชุมนุม )

กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน   ( ชุมนุม )
    ชุมนุมเป็นกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนที่ส่งเสริมการเรียนรู้ของนักเรียนตามมาตรฐานการเรียนรู้เพื่อให้นักเรียน  มีความรู้ความเข้าใจ  และสามารถพัฒนาศักยภาพของตนในการเสริมสร้างทักษะชีวิต วุฒิภาวะทางอารมณ์  และการเรียนรู้ในเชิงพหุปัญญา  สามารถสร้างสัมพันธภาพที่ดีในตนเองและอยู่ร่วมกับผู้อื่นอย่างเป็นสุข  และเป็นผู้ที่มีคุณธรรม  จริยธรรม  ในการดำรงชีวิต  มีระเบียบวินัย  มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์  รู้จักช่วยเหลือผู้อื่น  และรู้จักใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์  และมีความจงรักภักดีต่อสถาบันชาติ  ศาสนา  พระมหากษัตริย์   และเลื่อมใสในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข 
  • กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน
    • กิจกรรมชุมนุม เป็นการส่งเสริมให้นักเรียนเรียนรู้ตามความถนัดของตนเอง ซึ่งจะรองรับแววอัจฉริยะทั้ง 10 ด้าน ดังนี้ แววนักคิด , แววนักวิชาการ , แววสร้างสรรค์ ,แววนักวิทยาศาสตร์ , แววนักคณิตศาสตร์ , แววผู้นำ , แววนักภาษา , แววนักกีฬา , แววนักดนตรี , แววศิลปิน ซึ่งในปีการศึกษา 2550 ช่วงชั้นที่ 1 มีชุมนุม ดังนี้
    • ชุมนุมคณิตศาสตร์
    • ชุมนุมภาษาอังกฤษ
    • ชุมนุมกิจกรรมเคลื่อนไหวเข้าจังหวะ
    • ชุมนุมศิลปะ
    • ช่วงชั้นที่  2  มี ชุมนุม  ดังนี้
    • ชุมนุมศิลปะ
    • ชุมนุมบ้านขนม
    • ชุมนุมงานฝีมือ
    • ชุมนุมวิทย์ - คณิต
    • ชุมนุมเทคโนโลยีสารสนเทศ
    • ชุมนุมนักประดิษฐ์

     

PLC ร่วมกับคณะครูโรงเรียนท่าขอนยาง จ.มหาสารคาม

PLC ร่วมกับคณะครูโรงเรียนท่าขอนยาง จ.มหาสารคาม

Professional Learning Community (PLC) ร่วมสร้างชุมชนแห่งการแลกเปลี่ยนเรียนรู้
ในวันที่ 13 ก.พ. 2556
PLC เป็นการเปิดวงสนทนาที่มีจุดหมายเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นต่างๆซึ่งกันและกัน ในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ซึ่งให้ทุกคนได้มีโอกาสพูดแสดงความคิดเห็น เชิญชวนให้คนในวงได้แสดงความคิดเห็นแลกเปลี่ยนกัน โดยยึดหลักว่าผู้เปิดวงต้องเป็นผู้ฟังให้มาก แล้วมีผู้คอยจดบันทึกเรื่องหลักๆ เพื่อสรุป
PLC คือการประชุมอย่างไม่เป็นทางการ ไม่ต้องมีพิธีใดๆให้มากมาย สถานที่ประชุมก็ไม่จำเป็นต้องมีโต๊ะเก้าอี้ เพียงแค่เรามานั่งล้อมวงเป็นวงกลม นั่งในท่าที่สบายๆ แล้วพูดคุยกัน บรรยากาศก็จะเป็นกันเอง ไม่เกร็ง ไม่กดดัน ความคิดก็จะไหลลื่น กล้าที่แสดงออกมาอย่างเป็นธรรมชาติจริงๆ สร้างความคุ้นเคยกัน ได้รับทราบปัญหาและแนวทางการแก้ไขปัญหาด้วย
กิจกรรม PLC เราได้เข้าร่วมกับคณะครูจากโรงเรียนท่าขอนยาง
เปิดวง PLC กับคณะครูโรงเรียนท่าขอนยาง ในเรื่อง "ท่านได้อะไรหรือประทับใจอะไรในการมาศึกษาดูงานที่นี้" ซึ่งแต่ละคนก็มีความคิดเห็นที่แตกต่างกันออกไป โดยหลักๆ ก็จะประทับใจใน
- ตัวคุณครูที่ลำปลายมาศอยู่กับเด็กตลอดเวลาใจเย็น ใจดี สุภาพอ่อนโยน มีความอดทนสูง
- สถานที่กว้างใหญ่ ร่มรื่นบรรยากาศเหมือนรีสอร์ท  บรรยากาศในห้องเรียนและบริเวณโรงเรียนเอื้อต่อการเรียนรู้ของเด็ก อาคารเรียนห้องน้ำสะอาดถูกสุขอนามัยจัดสถานที่ได้เหมาะสม
- เด็กๆ น่ารัก รู้จักกล่าวทักทายคุณครูผู้ใหญ่ใจดี รู้หน้าที่ตนเอง รับผิดชอบตนเองได้ และรู้เวลา
- กระบวนการเรียน วิถีการเรียนรู้ แนวทางการนำไปปรับใช้ ปัญหาอุปสรรค

ครูอ้อนเปิดวงแลกเลี่ยนเรียนรู (PLC)กับคณะครูบ้านท่าขอนยาง จังหวัดมหาสารคาม
บรรยากาศการแลกเปี่ยนเรีนรู้

วันจันทร์ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

" กิจกรรมการละเล่นพื้นบ้าน.....น้องอนุบาล "

วันศุกร์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2556 ณ โรงเรียนลำปลายมาศพัฒนา
น้องอนุบาล Q.4 เรียนรู้เกี่ยวกับสิ่งไม่มีชีวิต Toppic " ของเล่นของใช้ " จึงมีกิจกรรมการละเล่นพื้นบ้านขึ้น ในวันนั้นน้องๆอนุบาลจะแต่งกายด้วยชุดพื้นบ้าน ผู้ปกครองและคุณครูก็แต่งกายด้วยชุดพื้นบ้านเช่นเดียวกัน โดยในวันนั้นจะแบ่งเป็นฐาน 3 ฐาน แต่ละฐานมีผู้ปกครองประจำฐานพาเด็กทำกิจกรรมเด็กๆสนุกสนานมากเลยค่ะ ไม่น่าเชื่อ! เป็นกิจกรรมที่จัดครั้งแรกเห็นความร่วมมือระหว่างผู้ปกครองและโรงเรียนเป็นบรรยากาศที่ย้อนยุคเต็มไปด้วยรอยยิ้ม เสียงหัวเราะของเด็กๆ  ครูเปิ้ลเลยแอบไปเก็บภาพมาฝากค่ะ............
1. ฐานแม่งูเอ๋ยกินน้ำบ่อไหน  กินน้ำบ่อโศก    โยกไปโยกมา
           แม่งูเอ๋ยกินน้ำบ่อไหน  กินน้ำหิน           บินไปบินมา
           แม่งูเอ๋ยกินน้ำบ่อไหน  กินน้ำบ่อทราย  ย้ายไปย้ายมา
           กินหัวหรือกินหาง................................. กินกลางตลอดตัว


2. มอญช่อนผ้า ตุ๊กตาอยู่ข้างหลัง ไปโน่นไปนี่ฉันจะตีก้นเธอ !
3.ม้าก้านกล้วย แข่งขันวิ่งม้าก้านกล้วย  คุณพ่อพี่หว่าหว๋าสัมภาษณ์ชื่อม้าก่อนค่ะ ?เตรียมพร้อม.................ไป


วันเสาร์ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

จิตศึกษาพัฒนาสมอง

ชื่อกิจกรรม    “ แล่นกับพี่ไม้ตะเกียบ (ต่อตึก)”
เป้าหมาย         ฝึกสมาธิและการจดจ่อ
สื่อ                   ไม้ตะเกียบ
ขั้นตอนการทำกิจกรรม
1.ครูและเด็กๆนั่งเป็นวงกลม ครูพูดขอบคุณเด็กๆที่น่ารักและดูแลตัวเองได้
2.พาเด็กทำ Brin Gym กรรไกรไข่ผ้าไหมแบมีเสียง 1 รอบ แบบไม่มีเสียง 1 รอบ (เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนลงสู่กิจกรรม)
3.ครูนำไม้ตะเกียบ 1 อัน มาให้เด็กๆสังเกต และถามเด็กๆว่า เด็กๆเห็นอะไรค่ะ มีลักษณะอย่างไร?
4.จากนั้นครูถามเด็กๆว่า" เด็กๆคิดว่าไม้สามารถเป็นอะไรได้บ้างให้เด็กๆตอบทีละคนจนครบทุกคน แล้วถามต่อว่า "ไม้ไม่สามารถเป็นอะไรได้" เด็กๆตอบทีละคน
5.หลังจากนี้ครูบอกเด็กๆว่าวันนี้เด็กๆน่ารักมากค่ะ ครูมีไม้ตะเกียบวิเศษมาให้เด็กๆที่น่ารัก คนละ 2 อัน โดยเราจะส่งต่อไปทีละคน คนที่รับจะต้องไหว้ขอบคุณเพื่อนสวยๆทุกครั้ง คนรับก็ต้องไหว้ขอบคุณทุกครั้งเหมือนกันค่ะ จากนั้นครูหยิบไม้ตะเกียบ 2 อัน แล้วยื่นให้เด็กคนแรกจนถึงคนสุดท้าย ครูพูดด้วยว่าเด็กที่น่ารักเมื่อเขาได้ตะเกียบแล้วเขาจะวางไม้ตะเกียบไว้ตรงหน้าค่ะ ครูชมเด็กๆน่ารักมากเลยค่ะ
6.ต่อไปเราจะช่วยกันนำไม้ตะเกียบวิเศษไปวางต่อกันเป็นตึก ตรงกลางวงกลม โดยที่เราจะทำอย่างไรไม่ให้ตึกล้ม? ครุเป็นคนแรกที่นำไม้ตะเกียบวิเศษไปวางตรงกลางวงกลม และเด็กๆคนต่อไปเรื่อยๆๆจนถึงคนสุดท้าย
7.ครูพูดขณะที่เด็กๆกำลังก่อตึก เด็กๆที่นั่งอยู่ข้างนอกวงกลมต้องช่วยกันส่งกำลังใจให้กับเพื่อนที่กำลังก่อตึก เพราะเพื่อนต้องการสมาธิค่ะ
8.หลังจากที่เด็กๆช่วยกันก่อตึกจนถึงคนสุดท้ายแล้ว ครูถามเด็กๆว่า เด็กๆเห็นอะไร ?  (ครูให้กำลังใจเด็ก เสริมแรงให้เขา เด็กๆทุกคนน่ารักมากเลยค่ะ
8.จากนั้นครูย้อนถามว่า จากที่เราได้ทำกิจกรรมจนสำเร็จ เด็กๆคิดว่าเป็นเพราะอะไร?
จากนั้นครูก็เสริมแรงเด็กอีกครั้งเด็กๆยอดเยี่ยมมากเลยค่ะ เด็กๆทุกคนช่วยกันปรบมือแบบไม่มีเสียง 1 รอบค่ะ วันนี้เด็กๆทุกคนน่ารักมากเลยค่ะ

**เด็กๆรอเรียนวิชาต่อไปค่ะ

วันอาทิตย์ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

เดินทางไกล.....บทพิสูจน์ความอดทน

วันศุกร์  ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2556 ณ โรงเรียนลำปลายมาศพัฒนา
วันนี้ครูเปิ้ลขอพิสูจน์ตัวเองมาเดินทางไกลกับพี่ๆชั้น ป.4 และ ป.3 ระยะทางการเดินไปกลับประมาณ 10 กิโลเมตร และจุดหมายปลายทางของเราอยู่ที่สะพานลำน้ำมาศบ้านหนองกระทุ่ม  โดยการเดินทางครั้งนี้เราได้ขอความร่วมมือจากผู้ปกครองในการเดินทางร่วมกับเด็กๆด้วยค่ะ กลุ่มละ 3 คน โดยไม่ให้อยู่ในกลุ่มเดียวกับลูกตังเอง ก่อนเดินทางแต่ละกลุ่มจะมีเพลงและท่าเต้นประจำกลุ่ม ที่จะแสดงให้เพื่อนๆกลุ่มอื่นได้ดูกันอย่างสนุกสนานค่ะ
การเดินทางเริ่มแล้วค่ะ
เราออกเดินทางจากโรงเดินไปทางด้านหลังของโรงเรียนเดินไปเรื่อยเรื่อยๆ ครูเปิ้ลเดินมากับกลุ่ม ชื่อกลุ่มสาบเสือ  โดยมีคูณครูแดงเป็นครูประจำกลุ่ม ครูเมย์  และมีผู้ปกครอง คุณพ่อพี่ออสตินและคุณแม่พี่เพลงค่ะ  การเดินทางครั้งนี้สนุกๆมากๆเลยค่ะ เราได้เห็นการช่วยเหลือกันในกลุ่ม  มีพี่ไอดิน เท้าเพลงโชคดีหน่อยค่ะที่ได้คุณหมอแม่พี่เพลงปฐมพยาบาลเบื้องต้น ไม่งั้นแย่เลยค่ะ แล้วเพื่อนๆในกลุ่มก็ช่วยกันพยุงพี่ไอดินตลอดค่ะ เป็นภาพที่น่ารักมาก  ได้ประสบการณ์ในการหลงป่าครูผู้ปกครอง และเด็กๆได้ช่วยกันวางแผนเส้นทางการเดินใหม่ ลองผิดลองถูก มีเสียงบ่นบ้างตามประสา เพราะเหนื่อยมากค่ะ แต่เด็กๆก็มีความสุข และถามครูแดงตลอดทางเมื่อไหร่จะถึง  เดินไปเรื่อยๆก็มาถึงสะพานแล้วเราก็เดินข้ามไปไปเห็นกลุ่มที่ 1,3 มาถึงก่อนแล้ว แล้วที่นั่นก็มีผู้ปกครองอีกส่วนหนึ่งมารอ ทำกับข้าว ส้มตำ เป็นกับข้าวมื้อที่อร่อยมากๆเลยค่ะ ทั้งต้มตำ หมูทอด ปลาร้าบอง ปิ้งไก่ย่าง และส้มจี๊ดจากผู้ปกครอง หลังจากทานข้าวเสร็จทุกคนก็พักเอาแรงใต้ร่มไม้เย็นมากเลยค่ะ หลับได้งีบหนึ่งค่ะ แล้วก็เดินทางกลับโดยเดินกลับเส้นทางถนนเส้นเล็กๆหลังบ้านครูยิ้มเป็นถนนที่ทอดยาวไปเรื่อยๆจนถึงหลังโรงเรียนค่ะ





ทำไมต้องเดินทางไกล
ปัจจุบันนี้พ่อแม่เลี้ยงลูกสบาย  ไม่รู้จักความลำบาก พ่อแม่ทำให้ทุกอย่าง อยากได้อะไรก็ได้  การเดินทางไกลจึงเป็นเครื่องมือในการเพิ่มขีดจำกัดของความอดทน การเผชิญกับความเหนื่อย การช่วยเหลือ สามัคคี มีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นและธรรมชาติ
ทำเพื่ออะไร......จุดม่งหมายคืออะไร
เพื่อฝึกความอดทน  รู้จักความเหนื่อยความยากลำบาก การช่วยเหลือ ความสามัคคี มีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นและธรรมชาติ