วันจันทร์ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

" กิจกรรมการละเล่นพื้นบ้าน.....น้องอนุบาล "

วันศุกร์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2556 ณ โรงเรียนลำปลายมาศพัฒนา
น้องอนุบาล Q.4 เรียนรู้เกี่ยวกับสิ่งไม่มีชีวิต Toppic " ของเล่นของใช้ " จึงมีกิจกรรมการละเล่นพื้นบ้านขึ้น ในวันนั้นน้องๆอนุบาลจะแต่งกายด้วยชุดพื้นบ้าน ผู้ปกครองและคุณครูก็แต่งกายด้วยชุดพื้นบ้านเช่นเดียวกัน โดยในวันนั้นจะแบ่งเป็นฐาน 3 ฐาน แต่ละฐานมีผู้ปกครองประจำฐานพาเด็กทำกิจกรรมเด็กๆสนุกสนานมากเลยค่ะ ไม่น่าเชื่อ! เป็นกิจกรรมที่จัดครั้งแรกเห็นความร่วมมือระหว่างผู้ปกครองและโรงเรียนเป็นบรรยากาศที่ย้อนยุคเต็มไปด้วยรอยยิ้ม เสียงหัวเราะของเด็กๆ  ครูเปิ้ลเลยแอบไปเก็บภาพมาฝากค่ะ............
1. ฐานแม่งูเอ๋ยกินน้ำบ่อไหน  กินน้ำบ่อโศก    โยกไปโยกมา
           แม่งูเอ๋ยกินน้ำบ่อไหน  กินน้ำหิน           บินไปบินมา
           แม่งูเอ๋ยกินน้ำบ่อไหน  กินน้ำบ่อทราย  ย้ายไปย้ายมา
           กินหัวหรือกินหาง................................. กินกลางตลอดตัว


2. มอญช่อนผ้า ตุ๊กตาอยู่ข้างหลัง ไปโน่นไปนี่ฉันจะตีก้นเธอ !
3.ม้าก้านกล้วย แข่งขันวิ่งม้าก้านกล้วย  คุณพ่อพี่หว่าหว๋าสัมภาษณ์ชื่อม้าก่อนค่ะ ?เตรียมพร้อม.................ไป


วันเสาร์ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

จิตศึกษาพัฒนาสมอง

ชื่อกิจกรรม    “ แล่นกับพี่ไม้ตะเกียบ (ต่อตึก)”
เป้าหมาย         ฝึกสมาธิและการจดจ่อ
สื่อ                   ไม้ตะเกียบ
ขั้นตอนการทำกิจกรรม
1.ครูและเด็กๆนั่งเป็นวงกลม ครูพูดขอบคุณเด็กๆที่น่ารักและดูแลตัวเองได้
2.พาเด็กทำ Brin Gym กรรไกรไข่ผ้าไหมแบมีเสียง 1 รอบ แบบไม่มีเสียง 1 รอบ (เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนลงสู่กิจกรรม)
3.ครูนำไม้ตะเกียบ 1 อัน มาให้เด็กๆสังเกต และถามเด็กๆว่า เด็กๆเห็นอะไรค่ะ มีลักษณะอย่างไร?
4.จากนั้นครูถามเด็กๆว่า" เด็กๆคิดว่าไม้สามารถเป็นอะไรได้บ้างให้เด็กๆตอบทีละคนจนครบทุกคน แล้วถามต่อว่า "ไม้ไม่สามารถเป็นอะไรได้" เด็กๆตอบทีละคน
5.หลังจากนี้ครูบอกเด็กๆว่าวันนี้เด็กๆน่ารักมากค่ะ ครูมีไม้ตะเกียบวิเศษมาให้เด็กๆที่น่ารัก คนละ 2 อัน โดยเราจะส่งต่อไปทีละคน คนที่รับจะต้องไหว้ขอบคุณเพื่อนสวยๆทุกครั้ง คนรับก็ต้องไหว้ขอบคุณทุกครั้งเหมือนกันค่ะ จากนั้นครูหยิบไม้ตะเกียบ 2 อัน แล้วยื่นให้เด็กคนแรกจนถึงคนสุดท้าย ครูพูดด้วยว่าเด็กที่น่ารักเมื่อเขาได้ตะเกียบแล้วเขาจะวางไม้ตะเกียบไว้ตรงหน้าค่ะ ครูชมเด็กๆน่ารักมากเลยค่ะ
6.ต่อไปเราจะช่วยกันนำไม้ตะเกียบวิเศษไปวางต่อกันเป็นตึก ตรงกลางวงกลม โดยที่เราจะทำอย่างไรไม่ให้ตึกล้ม? ครุเป็นคนแรกที่นำไม้ตะเกียบวิเศษไปวางตรงกลางวงกลม และเด็กๆคนต่อไปเรื่อยๆๆจนถึงคนสุดท้าย
7.ครูพูดขณะที่เด็กๆกำลังก่อตึก เด็กๆที่นั่งอยู่ข้างนอกวงกลมต้องช่วยกันส่งกำลังใจให้กับเพื่อนที่กำลังก่อตึก เพราะเพื่อนต้องการสมาธิค่ะ
8.หลังจากที่เด็กๆช่วยกันก่อตึกจนถึงคนสุดท้ายแล้ว ครูถามเด็กๆว่า เด็กๆเห็นอะไร ?  (ครูให้กำลังใจเด็ก เสริมแรงให้เขา เด็กๆทุกคนน่ารักมากเลยค่ะ
8.จากนั้นครูย้อนถามว่า จากที่เราได้ทำกิจกรรมจนสำเร็จ เด็กๆคิดว่าเป็นเพราะอะไร?
จากนั้นครูก็เสริมแรงเด็กอีกครั้งเด็กๆยอดเยี่ยมมากเลยค่ะ เด็กๆทุกคนช่วยกันปรบมือแบบไม่มีเสียง 1 รอบค่ะ วันนี้เด็กๆทุกคนน่ารักมากเลยค่ะ

**เด็กๆรอเรียนวิชาต่อไปค่ะ

วันอาทิตย์ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

เดินทางไกล.....บทพิสูจน์ความอดทน

วันศุกร์  ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2556 ณ โรงเรียนลำปลายมาศพัฒนา
วันนี้ครูเปิ้ลขอพิสูจน์ตัวเองมาเดินทางไกลกับพี่ๆชั้น ป.4 และ ป.3 ระยะทางการเดินไปกลับประมาณ 10 กิโลเมตร และจุดหมายปลายทางของเราอยู่ที่สะพานลำน้ำมาศบ้านหนองกระทุ่ม  โดยการเดินทางครั้งนี้เราได้ขอความร่วมมือจากผู้ปกครองในการเดินทางร่วมกับเด็กๆด้วยค่ะ กลุ่มละ 3 คน โดยไม่ให้อยู่ในกลุ่มเดียวกับลูกตังเอง ก่อนเดินทางแต่ละกลุ่มจะมีเพลงและท่าเต้นประจำกลุ่ม ที่จะแสดงให้เพื่อนๆกลุ่มอื่นได้ดูกันอย่างสนุกสนานค่ะ
การเดินทางเริ่มแล้วค่ะ
เราออกเดินทางจากโรงเดินไปทางด้านหลังของโรงเรียนเดินไปเรื่อยเรื่อยๆ ครูเปิ้ลเดินมากับกลุ่ม ชื่อกลุ่มสาบเสือ  โดยมีคูณครูแดงเป็นครูประจำกลุ่ม ครูเมย์  และมีผู้ปกครอง คุณพ่อพี่ออสตินและคุณแม่พี่เพลงค่ะ  การเดินทางครั้งนี้สนุกๆมากๆเลยค่ะ เราได้เห็นการช่วยเหลือกันในกลุ่ม  มีพี่ไอดิน เท้าเพลงโชคดีหน่อยค่ะที่ได้คุณหมอแม่พี่เพลงปฐมพยาบาลเบื้องต้น ไม่งั้นแย่เลยค่ะ แล้วเพื่อนๆในกลุ่มก็ช่วยกันพยุงพี่ไอดินตลอดค่ะ เป็นภาพที่น่ารักมาก  ได้ประสบการณ์ในการหลงป่าครูผู้ปกครอง และเด็กๆได้ช่วยกันวางแผนเส้นทางการเดินใหม่ ลองผิดลองถูก มีเสียงบ่นบ้างตามประสา เพราะเหนื่อยมากค่ะ แต่เด็กๆก็มีความสุข และถามครูแดงตลอดทางเมื่อไหร่จะถึง  เดินไปเรื่อยๆก็มาถึงสะพานแล้วเราก็เดินข้ามไปไปเห็นกลุ่มที่ 1,3 มาถึงก่อนแล้ว แล้วที่นั่นก็มีผู้ปกครองอีกส่วนหนึ่งมารอ ทำกับข้าว ส้มตำ เป็นกับข้าวมื้อที่อร่อยมากๆเลยค่ะ ทั้งต้มตำ หมูทอด ปลาร้าบอง ปิ้งไก่ย่าง และส้มจี๊ดจากผู้ปกครอง หลังจากทานข้าวเสร็จทุกคนก็พักเอาแรงใต้ร่มไม้เย็นมากเลยค่ะ หลับได้งีบหนึ่งค่ะ แล้วก็เดินทางกลับโดยเดินกลับเส้นทางถนนเส้นเล็กๆหลังบ้านครูยิ้มเป็นถนนที่ทอดยาวไปเรื่อยๆจนถึงหลังโรงเรียนค่ะ





ทำไมต้องเดินทางไกล
ปัจจุบันนี้พ่อแม่เลี้ยงลูกสบาย  ไม่รู้จักความลำบาก พ่อแม่ทำให้ทุกอย่าง อยากได้อะไรก็ได้  การเดินทางไกลจึงเป็นเครื่องมือในการเพิ่มขีดจำกัดของความอดทน การเผชิญกับความเหนื่อย การช่วยเหลือ สามัคคี มีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นและธรรมชาติ
ทำเพื่ออะไร......จุดม่งหมายคืออะไร
เพื่อฝึกความอดทน  รู้จักความเหนื่อยความยากลำบาก การช่วยเหลือ ความสามัคคี มีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นและธรรมชาติ