ทำไมเด็กจึงชอบนิทาน คุณเคยสังเกตไหมคะ เวลาที่บอกเด็กๆว่าจะเล่านิทานให้ฟัง เด็กจะดีใจมาก และรู้สึกตื่นเต้นไปกับเรื่องที่ฟัง ทั้งหมดนี้เป็นเพราะนิทานคือเรื่องเล่าที่มีวัตถุประสงค์หลัก คือ การสั่งสอนอย่างสนุกและไม่ให้เด็กรู้สึกว่าถูกสอน
นิทาน
คือเรื่องเล่าที่เล่าสืบต่อกันมา มุ่งให้เห็นความบันเทิงแทรก แนวคิด คติสอนใจ จนเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของชนชาตินั้นๆ อย่างหนึ่ง นิทานเป็นอาหารทางใจอย่างหนึ่งของมนุษย์ นิทานเป็นแหล่งรวบรวมจินตนาการและความฝัน นิทานเป็นทางออกทางใจของมนุษย์ ทำให้มีความสุขและช่วยผ่อนคลายความทุกข์ในใจได้ อาจเรียกนิทาน พื้นบ้าน นิทานพื้นเมือง นิทานชาวบ้าน เป็นต้น นิทานเป็นเรื่องที่เล่ากันสืบต่อ ๆ มา ถือว่าเป็นมรดกทางวัฒนธรรม ซึ่งส่วนใหญ่ถ่ายทอดสู่อนุชนรุ่นหลัง
เทคนิคการเล่านิทานสำหรับเด็กปฐมวัย
เมื่อเลือกนิทานหรือเรื่องราวที่เหมาะสมกับวัยของเด็กได้แล้ว วิธีการเล่านิทานหรือเรื่องราว เพื่อให้เด็กเกิดความสนใจ ติดตามฟังเนื้อเรื่องจนจบ จำเป็นต้องทำให้เหมาะสมกับเรื่องที่จะเล่าด้วย การเล่านิทานที่นิยมมี 2 วิธี ดังนี้
1. การเล่าเรื่องปากเปล่า : เป็นการเล่านิทานด้วยการบอกเล่าด้วยน้ำเสียงและลีลาของผู้เล่าเอง
1. การเล่าเรื่องปากเปล่า : เป็นการเล่านิทานด้วยการบอกเล่าด้วยน้ำเสียงและลีลาของผู้เล่าเอง
2. การเล่าเรื่องโดยมีอุปกรณ์ช่วย คือการเล่าที่มีอุปกรณ์ประกอบการเล่า เช่น สิ่งแวดล้อมรอบตัวเด็กเช่น สัตว์ พืช , วัสดุเหลือใช้เช่น กล่องกระดาษ กิ่งไม้,ภาพ เช่นภาพพลิก หรือภาพแผ่นเดียว ,หุ่นจำลอง ทำเป็นละครหุ่นมือ, หน้ากากทำเป็นรูปละคร ,นิ้วมือประกอบการเล่าเรื่อง
วิธีการเล่านิทานสำหรับเด็กปฐมวัย
• ครูนำหนังสือนิทานมาให้เด็กดูแล้วใช้คำถาม เด็กๆเห็นอะไรบ้างค่ะ เด็กที่น่ารักเขาจะยกมือขึ้นก่อนตอบค่ะ จากนั้นครูอ่านชื่อเรื่อง ผู้แต่ง เรื่องราว ผู้เขียนภาพ เป็นต้น การขึ้นต้นเรื่องที่จะเล่า ควรดึงดูดความสนใจเด็ก โดยค่อยเริ่มเล่าด้วยเสียงชัดเจน ลีลาของการเล่าช้าๆ และเริ่มเร็วขึ้น จนเป็นการเล่าด้วยจังหวะปกติ
• เสียงที่ใช้ควรชัดเจน และเป็นประโยคสั้นๆได้ใจความ การเล่าดำเนินไปอย่างราบรื่น ไม่ควรเว้นจังหวะการเล่านิทานให้นาน จะทำให้เด็กเบื่อ ครูอาจจะมีคำถามเกี่ยวกับเรื่องในนิทานถามเด็กบ้าง เพื่อให้เขารู้สึกว่าตัวเองมีส่วนร่วมและสนุก
• การใช้น้ำเสียง สีหน้า ท่าทาง แสดงให้สอดคล้องกับลักษณะของตัวละคร ไม่ควรพูดเนือยๆ เรื่อยๆ เพราะทำให้ขาดความตื่นเต้น เด็กจะเบื่อและไม่สนใจที่ครูเล่า
• การเล่าให้เด็กหลายคนฟัง อาจจะนั่งเก้าอี้ให้เหมาะสมกับสายตาเด็ก
• ใช้เวลาในการเล่าไม่ควรเกิน 15 นาที เพราะเด็กมีความสนใจในช่วงเวลาสั้น
• ให้โอกาสเด็กซักถาม แสดงความคิดเห็น หรือให้เด็กช่วยการแต่งตอนจบของนิทานใหม่ตามจินตนาการที่เด็กๆอยากให้เป็น (ถ้าเด็กๆอยากแต่งตอนจบของนิทานใหม่เด็กๆอยากให้ตอนจบเป็นอย่างไร เพราะอะะไร ? ) หรือให้เด็กวาดภาพสิ่งที่ชอบจากเรื่องถ่ายทอดลงกระดาษ
• การเล่าให้เด็กหลายคนฟัง อาจจะนั่งเก้าอี้ให้เหมาะสมกับสายตาเด็ก
• ใช้เวลาในการเล่าไม่ควรเกิน 15 นาที เพราะเด็กมีความสนใจในช่วงเวลาสั้น
• ให้โอกาสเด็กซักถาม แสดงความคิดเห็น หรือให้เด็กช่วยการแต่งตอนจบของนิทานใหม่ตามจินตนาการที่เด็กๆอยากให้เป็น (ถ้าเด็กๆอยากแต่งตอนจบของนิทานใหม่เด็กๆอยากให้ตอนจบเป็นอย่างไร เพราะอะะไร ? ) หรือให้เด็กวาดภาพสิ่งที่ชอบจากเรื่องถ่ายทอดลงกระดาษ
ประโยชน์ของนิทานเด็กๆได้อะไรจากการฟังนิทาน
1.นิทานช่วยเสริมปัญญาเด็ก
ในขณะครูหรือที่พ่อแม่เล่านิทาน บรรยากาศขณะเล่านิทานที่เกิดขึ้นเป็นบรรยากาศแห่งความสุขของทุกคน เป็นบรรยากาศแห่งความรัก ความอบอุ่น สร้างความผูกพันมั่นใจ เชื่อมั่นในตนเอง ซึ่งจะเสริมปัญญาเด็กได้อย่างดี
2. นิทานช่วยปลูกฝังให้เด็กเป็นคนช่างคิด ช่างถามและช่างสังเกต
นิทานช่วยให้เด็กเป็นเด็กกล้าถาม เด็กจะมีความมั่นใจ ฉลาด แสดงความคิดเห็นถูกจังหวะ เรียกว่ามีความฉลาดทั้งทางปัญญา( IQ)และฉลาดทางอารมณ์ ( EQ)ด้วย
3. นิทานทำให้เด็กเรียนรู้ภาษาได้เร็ว
การเล่านิทานเปรียบเสมือนการสอนภาษาไปในตัว เด็กจะได้ยินได้ฟังรูปประโยค การใช้ภาษา ทำให้เด็กเกิดทัศนคติที่ดีต่อการเรียนนั้นๆ
4. นิทานทำให้เด็กจับประเด็นเก่ง วิเคราะห์เก่ง
การเล่านิทานให้เด็กฟัง เล่าซ้ำๆเด็กจะจำได้ทั้งเรื่อง เด็กจะมองภาพรวมของเรื่อง ทำให้เด็กรู้จักจับประเด็น ย่อความเป็น รู้จักมองสรรพสิ่งเป็นระบบ เข้าใจเรื่องได้อย่างรวดเร็ว
5. นิทานสร้างให้เด็กมีจินตนาการ
ในขณะเล่านิทานนั้น น้ำเสียงที่เล่าเรื่องนั้นจะกระตุ้นให้เด็กสร้างจินตนาการเป็นภาพ จินตนาการยิ่งใหญ่กว่าความรู้ จินตนาการสร้างสรรค์สิ่งต่างๆใหม่ๆเกิดขึ้นในโลกของเรานี้ การเล่านิทานบ่อยๆ มากๆเรื่องจึงเป็นการสร้างจินตนาการไปพร้อมๆกับการรับรู้ถึงความใหม่ที่ลูกยังไม่เคยรู้มาก่อน
6. นิทานช่วยสร้างคุณธรรมแก่เด็กได้ง่าย
นิทานแต่งขึ้นเพื่อสอดแทรกคุณธรรม ทักษะชีวิต หรือข้อคิดต่างๆ เป็นอุทาหรณ์ให้ผู้รับฟังได้ตระหนักรับรู้ คุณธรรมทั้งหลายที่ลูกได้ฟังตั้งแต่ปฐมวัยจะจำฝังแน่นอยู่ในตัวเด็กและนำไปใช้ในวัยรุ่น
7. นิทานช่วยสร้างสมาธิให้เด็ก
ช่วงของการเล่านิทาน เด็กมักจะฟังนิทานอย่างใจจดใจจ่อ ยิ่งเล่านิทานที่เหมาะกับของเด็ก เด็กจะเข้าใจและอยากรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป และนี่เป็นการสร้างสมาธิให้กับเด็กอีกวิธีหนึ่ง
8. นิทานช่วยสร้างเด็กให้มีความรู้ ความฉลาดทางอารมณ์
เมื่อเด็กๆชอบฟังนิทาน ก็จะหาวิธีปรับตัวและสร้างความสัมพันธ์กับผู้ใหญ่ เพื่อจะได้ฟังนิทานบ่อยๆ โดยสิ่งเหล่านี้จะทำให้เด็กมีวิธีการพัฒนาปรับตัวเพื่อให้อยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข
9. นิทานช่วยสร้างเด็กให้มีนิสัยรักการอ่าน
การเล่านิทานหรืออ่านนิทานให้เด็กฟังบ่อยๆ จะเป็นการช่วยปลูกฝังนิสัยรักการเรียนรู้ของเด็กทุกมิติ เด็กจะเป็นคนรักการอ่านหนังสือ อ่านหนังสือได้ไว มีสมาธิ
นิทานแต่งขึ้นเพื่อสอดแทรกคุณธรรม ทักษะชีวิต หรือข้อคิดต่างๆ เป็นอุทาหรณ์ให้ผู้รับฟังได้ตระหนักรับรู้ คุณธรรมทั้งหลายที่ลูกได้ฟังตั้งแต่ปฐมวัยจะจำฝังแน่นอยู่ในตัวเด็กและนำไปใช้ในวัยรุ่น
7. นิทานช่วยสร้างสมาธิให้เด็ก
ช่วงของการเล่านิทาน เด็กมักจะฟังนิทานอย่างใจจดใจจ่อ ยิ่งเล่านิทานที่เหมาะกับของเด็ก เด็กจะเข้าใจและอยากรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป และนี่เป็นการสร้างสมาธิให้กับเด็กอีกวิธีหนึ่ง
8. นิทานช่วยสร้างเด็กให้มีความรู้ ความฉลาดทางอารมณ์
เมื่อเด็กๆชอบฟังนิทาน ก็จะหาวิธีปรับตัวและสร้างความสัมพันธ์กับผู้ใหญ่ เพื่อจะได้ฟังนิทานบ่อยๆ โดยสิ่งเหล่านี้จะทำให้เด็กมีวิธีการพัฒนาปรับตัวเพื่อให้อยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข
9. นิทานช่วยสร้างเด็กให้มีนิสัยรักการอ่าน
การเล่านิทานหรืออ่านนิทานให้เด็กฟังบ่อยๆ จะเป็นการช่วยปลูกฝังนิสัยรักการเรียนรู้ของเด็กทุกมิติ เด็กจะเป็นคนรักการอ่านหนังสือ อ่านหนังสือได้ไว มีสมาธิ
หลักเกณฑ์ในการเลือกนิทานสำหรับเด็กปฐมวัย
1. รูปเล่มขนาดพอดีที่เด็กจับอ่านได้
2. สีสดใส แต่ไม่ร้อนแรง
3. ตัวหนังสือโตพอสมควรและแบบมาตรฐาน
4. รูปเหมือนจริงไม่เลอะ
5. มีที่พักสายตา ช่องว่าง
6. ภาษาเป็นภาษาที่ใช้ในชีวิตประจำวัน
หมายเหตุ ** การเล่านิทานสำหรับเด็กปฐมวัยไม่มีช่วงเวลาที่ชัดเจนสามารถสอดแทรกเข้าได้ทุกกิจกรรมตามความเหมาะสม อาจเป็นเรื่องเล่า หรือนิทาน ก็ได้
สิ่งที่จะนำไปปรับใช้ที่โรงเรียนบ้านขุมคำ
การเล่านิทานที่ใช้น้ำเสียงตามตัวละคร มีน้ำเสียงที่น่าฟัง เด็กๆสนใจและตื่นเต้นตามเนื้อเรื่องที่ครูเล่าการใช้คำถามที่กระตุ้นความคิดและจินตนาการของเด็ก เปิดโอกาสให้เด็กซักถาม แสดงความคิดเห็น หรือให้เด็กช่วยการแต่งตอนจบของนิทานใหม่ตามจินตนาการที่เด็กๆอยากให้เป็น (ถ้าเด็กๆอยากแต่งตอนจบของนิทานใหม่เด็กๆอยากให้ตอนจบเป็นอย่างไร เพราะอะไร ? ) หรือให้เด็กวาดภาพสิ่งที่ชอบจากเรื่องถ่ายทอดลงกระดาษตกแต่งให้สวยงามมันก็จะเป็นเรื่องราวที่เด็กถ่ายทอดออกมาจากการฟังครูเล่านิทาน
