วันพุธที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2556

สิ่งที่ได้และสามารถนำไปปรับใช้ที่โรงเรียนบ้านขุมคำ


จิตกรรมจิตศึกษา
การออกแบบกิจกรรมที่หลากหลาย กระตุ้นความสนใจของเด็ก การให้เด็กทุกคนมีส่วนร่วมในกิจกรรม
เช่น กิจกรรมพับกระดาษเล่าเรื่องราว  ให้เด็กๆนั่งเป็นวงกลมครูแจกกระดาษให้เด็กคนแรกแล้วยื่นต่อให้คนถัดไปผู้รับจะไหว้ขอบคุณเพื่อนและผู้ให้ก็จะไหว้ขอบคุณเช่นกัน  จากนั้นเด็กๆลงมือแปลงร่างกระดาษที่อยู่ตรงหน้าตัวเองเป็นอะไรก้อได้ตามจินตนาการ หลังจากนั้นก้อให้เด็กๆเล่าเรื่องต่อกันตามกระดาษที่ตัวเองพับโดยเด็กๆๆแต่ละคนต้องคิดแล้วว่าตัวเองจะเล่าเรื่องต่อจากเพื่อนอย่างไร  เป็นการฝึกทักษะการคิด  การใช้ภาษาในการสื่อสาร  ทักษะการฟัง ความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการเชื่อมโยงเรื่องราว ซึ่งเป็นกิจกรรมที่เด็กๆให้พัฒนาทักษะหลากหลาย
**กิจกรรมจิตศึกษาวันนี้เข้าร่วมกับห้องพี่ๆ ป.5 วันนี้ครูเส็งพาพี่ๆทำโยคะ เปิดเพลง Spa Music เบาๆ ระหว่างที่ทำกิจกรรมพี่ผู้ชายม่ายฟัง คุยกัน เล่นกัน  ครูเส็งเลยบอกว่าครูเส็งจะรอ รอจนกว่าพี่พร้อม  ครั้งที่ 1 ครั้งที่ 2 จากนั้นครูเส็งให้พี่ๆผู้ชายนั่งลงทำสมาธิ 1 นาที แล้วพี่ๆๆก็ยังคุยอยู่และเล่นกัน  ครูเส็งเลยเพิ่มเป็น 2 นาที  3 นาที  จนถึง 5 นาที โดยระหว่างนั้นครูเส็งก้อพาพี่ๆผู้หญิงทำกิจกรรมโยคะก่อนเพื่อรอพี่ผู้ชาย  หลังจากนั้นพี่ผู้ชายเริ่มนิ่งแล้วและรู้ตัวว่ากำลังทำอะไรอยู่ก็กลับมาทำกิจกรรมพร้อมกัน
ครูเส็งพาทำท่าโยคะท่าไหว้พระอาทิตย์  ท่าภูเขา  ท่าเก้าอี้ ท่าละ 5 ครั้ง จากนั้นนั่งลงเบาๆโดยไม่มีเสียง  นั่งท่าเทพบุตร ,เทพธิดา มือจับที่ข้าเท้าทั้งสองข้างแล้วก้มศรีษะลงไปช้าแล้วค่อยๆเงยหน้าขึ้น (ท่าเต่า)  5 ครั้ง แล้้ว ครูเส็งแยกพี่ๆผู้ชายพบและคุยกันข้างนอก  พี่ๆผู้หญิงครูเปิ้ลก็เลยสวมบทบาทครูหน่อยค่ะ เล่าประสบการณ์การเรียนก่อนที่จะมาเป็นครู เพราะ พี่อ้อแอ้ถามครูเปิ้ลว่าทำไมครูถึงได้เป็นครูค่ะ ก็เลยเข้าทางครูเปิ้ลเลยค่ะ  ก็เลยเล่าประสบการณ์การเรียนตอนมหาวิทยาลัยเพื่อสอดแทรกความรับผิดชอบของตัวเองที่ต้องที่ต้องฝึกตั้งแต่ตอนนี้เลย  เพราะเวลาที่พี่ๆเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยที่ไกลบ้าน พี่ต้องดูแลตัวเองทุกอย่าง ทั้งการมาเรียน  ซักผ้าเอง  ตื่นนอนเอง งานทุกอย่างพี่ก็ต้องดูแลตัวเอง อาจารย์ที่มหาวิทยาลัยเค้าจะไม่มาคอยตามงานให้ เหมือนที่ครูเส็งตามงานพี่ๆทุกวันอย่างนี้นะค่ะ พี่ๆต้องรับผิดชอบตัวเอง รู้หน้าที่ว่าตัวเองมาทำอะไร และทำสิ่งนั้นให้ดีที่สุดเพื่อตัวเราเอง และคุณพ่อคุณแม่ เพราะวันไหนที่เราทำอะไรผิดลงไปเมื่อไหร่เราเองก็ไม่อาจหวนกลับไปเริ่มต้นใหม่ได้เช่นกัน  พี่ๆทุกคนตั้งใจฟังดีมากเลยค่ะ ครูเปิ้ลเองก็ภูมิใจที่ได้เป็นส่่วนหนึ่งในการช่วยครูเส็งค่ะ
การสอนบูรณาการโดยโครงงาน (PBL)
บูรณาการที่นี่จะให้เด็กเรียนรู้จากปัญหาจริงที่เกิดขึ้นและเด็กสนใจ  เด็กจะวางแผนในการทำกิจกรรมต่างๆ โดยที่ครูจะใช้เครื่องมือคิดต่างๆที่ให้ได้มาซึ่งเรื่องที่เด็กๆอยากเรียนรู้จริงๆและค้นหาปัญหาในเรื่องนั้น ปะทะกับปัญหาจริงๆ และได้รู้เกี่ยวกับการใช้เครื่องมือคิดของครูว่าเครื่องมือนี้ใช้ยังไง ทำไมต้องใช้เครื่องมือนี้  และเด็กๆที่นี่เวลาทำงานเขาจะตกแต่งงานด้วยการวาดภาพที่เกี่ยวข้อง  การไล่สี  ซึ่งทำเป็นตั้งแต่ชั้น ป.1 น่าทึ่งมากงานที่ออกมาสวยมากเลยค่ะ 

การเข้าสู่วิถี
ครูที่นี่จะมีความสนิทสนมกับเด็กๆๆมากเด็กๆที่นี่รู้เวลากันทุกคน รู้ว่าตังเองกำลังทำอะไรอยู่  เวลานี่เป็นเวลาอะไร  และต้องทำอะไร  ซึ่งอยู่ที่โรงเรียนบางครั้งครูต้องคอยบอกตลอด  มีการประชุมคุยกันตลอดระหว่างครู  และแลกเปลี่ยนเรียนรู้หรือ PLC กันทั้งโรงเรียนทุกวันอาทิตย์  จะได้รู้ว่าแต่ละห้องสอนถึงไหนมีปัญหาอะไรบ้าง  ความก้าวหน้าถึงไหน  เพื่อให้ครูที่ไม่ได้สอนรู้ด้วย

ครูที่ดีต้อง รักเด็กเด็กโดยไม่มีเหตุผล  อย่าปล่อยให้ลูกศิษย์ล้มเหลวแม้แต่คนเดียว ต้องเข้าใจเด็กแต่ละคนเพราะเขามาจากคนละที่ คนละครอบครัว คนละบริบท ถูกเลี้ยงดูมาไม่เหมือนกัน ต้องเข้าใจและค่อยๆปรับ ครูต้องใจเย็นมากๆ
คำคม  ไม่มีนักเรียนคนไหนเรียนรู้ไม่ได้  นอกจากครูที่สอนไม่เป็น  (คุณครูลองคิดทบทวนดูนะค่ะว่าตัวเองเป็นแบบไหน)

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น