การออกแบบกิจกรรมที่หลากหลาย กระตุ้นความสนใจของเด็ก การให้เด็กทุกคนมีส่วนร่วมในกิจกรรม
เช่น กิจกรรมพับกระดาษเล่าเรื่องราว ให้เด็กๆนั่งเป็นวงกลมครูแจกกระดาษให้เด็กคนแรกแล้วยื่นต่อให้คนถัดไปผู้รับจะไหว้ขอบคุณเพื่อนและผู้ให้ก็จะไหว้ขอบคุณเช่นกัน จากนั้นเด็กๆลงมือแปลงร่างกระดาษที่อยู่ตรงหน้าตัวเองเป็นอะไรก้อได้ตามจินตนาการ หลังจากนั้นก้อให้เด็กๆเล่าเรื่องต่อกันตามกระดาษที่ตัวเองพับโดยเด็กๆๆแต่ละคนต้องคิดแล้วว่าตัวเองจะเล่าเรื่องต่อจากเพื่อนอย่างไร เป็นการฝึกทักษะการคิด การใช้ภาษาในการสื่อสาร ทักษะการฟัง ความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการเชื่อมโยงเรื่องราว ซึ่งเป็นกิจกรรมที่เด็กๆให้พัฒนาทักษะหลากหลาย
**กิจกรรมจิตศึกษาวันนี้เข้าร่วมกับห้องพี่ๆ ป.5 วันนี้ครูเส็งพาพี่ๆทำโยคะ เปิดเพลง Spa Music เบาๆ ระหว่างที่ทำกิจกรรมพี่ผู้ชายม่ายฟัง คุยกัน เล่นกัน ครูเส็งเลยบอกว่าครูเส็งจะรอ รอจนกว่าพี่พร้อม ครั้งที่ 1 ครั้งที่ 2 จากนั้นครูเส็งให้พี่ๆผู้ชายนั่งลงทำสมาธิ 1 นาที แล้วพี่ๆๆก็ยังคุยอยู่และเล่นกัน ครูเส็งเลยเพิ่มเป็น 2 นาที 3 นาที จนถึง 5 นาที โดยระหว่างนั้นครูเส็งก้อพาพี่ๆผู้หญิงทำกิจกรรมโยคะก่อนเพื่อรอพี่ผู้ชาย หลังจากนั้นพี่ผู้ชายเริ่มนิ่งแล้วและรู้ตัวว่ากำลังทำอะไรอยู่ก็กลับมาทำกิจกรรมพร้อมกัน
ครูเส็งพาทำท่าโยคะท่าไหว้พระอาทิตย์ ท่าภูเขา ท่าเก้าอี้ ท่าละ 5 ครั้ง จากนั้นนั่งลงเบาๆโดยไม่มีเสียง นั่งท่าเทพบุตร ,เทพธิดา มือจับที่ข้าเท้าทั้งสองข้างแล้วก้มศรีษะลงไปช้าแล้วค่อยๆเงยหน้าขึ้น (ท่าเต่า) 5 ครั้ง แล้้ว ครูเส็งแยกพี่ๆผู้ชายพบและคุยกันข้างนอก พี่ๆผู้หญิงครูเปิ้ลก็เลยสวมบทบาทครูหน่อยค่ะ เล่าประสบการณ์การเรียนก่อนที่จะมาเป็นครู เพราะ พี่อ้อแอ้ถามครูเปิ้ลว่าทำไมครูถึงได้เป็นครูค่ะ ก็เลยเข้าทางครูเปิ้ลเลยค่ะ ก็เลยเล่าประสบการณ์การเรียนตอนมหาวิทยาลัยเพื่อสอดแทรกความรับผิดชอบของตัวเองที่ต้องที่ต้องฝึกตั้งแต่ตอนนี้เลย เพราะเวลาที่พี่ๆเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยที่ไกลบ้าน พี่ต้องดูแลตัวเองทุกอย่าง ทั้งการมาเรียน ซักผ้าเอง ตื่นนอนเอง งานทุกอย่างพี่ก็ต้องดูแลตัวเอง อาจารย์ที่มหาวิทยาลัยเค้าจะไม่มาคอยตามงานให้ เหมือนที่ครูเส็งตามงานพี่ๆทุกวันอย่างนี้นะค่ะ พี่ๆต้องรับผิดชอบตัวเอง รู้หน้าที่ว่าตัวเองมาทำอะไร และทำสิ่งนั้นให้ดีที่สุดเพื่อตัวเราเอง และคุณพ่อคุณแม่ เพราะวันไหนที่เราทำอะไรผิดลงไปเมื่อไหร่เราเองก็ไม่อาจหวนกลับไปเริ่มต้นใหม่ได้เช่นกัน พี่ๆทุกคนตั้งใจฟังดีมากเลยค่ะ ครูเปิ้ลเองก็ภูมิใจที่ได้เป็นส่่วนหนึ่งในการช่วยครูเส็งค่ะ
การสอนบูรณาการโดยโครงงาน (PBL)
บูรณาการที่นี่จะให้เด็กเรียนรู้จากปัญหาจริงที่เกิดขึ้นและเด็กสนใจ เด็กจะวางแผนในการทำกิจกรรมต่างๆ โดยที่ครูจะใช้เครื่องมือคิดต่างๆที่ให้ได้มาซึ่งเรื่องที่เด็กๆอยากเรียนรู้จริงๆและค้นหาปัญหาในเรื่องนั้น ปะทะกับปัญหาจริงๆ และได้รู้เกี่ยวกับการใช้เครื่องมือคิดของครูว่าเครื่องมือนี้ใช้ยังไง ทำไมต้องใช้เครื่องมือนี้ และเด็กๆที่นี่เวลาทำงานเขาจะตกแต่งงานด้วยการวาดภาพที่เกี่ยวข้อง การไล่สี ซึ่งทำเป็นตั้งแต่ชั้น ป.1 น่าทึ่งมากงานที่ออกมาสวยมากเลยค่ะ
การเข้าสู่วิถี
ครูที่นี่จะมีความสนิทสนมกับเด็กๆๆมากเด็กๆที่นี่รู้เวลากันทุกคน รู้ว่าตังเองกำลังทำอะไรอยู่ เวลานี่เป็นเวลาอะไร และต้องทำอะไร ซึ่งอยู่ที่โรงเรียนบางครั้งครูต้องคอยบอกตลอด มีการประชุมคุยกันตลอดระหว่างครู และแลกเปลี่ยนเรียนรู้หรือ PLC กันทั้งโรงเรียนทุกวันอาทิตย์ จะได้รู้ว่าแต่ละห้องสอนถึงไหนมีปัญหาอะไรบ้าง ความก้าวหน้าถึงไหน เพื่อให้ครูที่ไม่ได้สอนรู้ด้วย
ครูที่ดีต้อง รักเด็กเด็กโดยไม่มีเหตุผล อย่าปล่อยให้ลูกศิษย์ล้มเหลวแม้แต่คนเดียว ต้องเข้าใจเด็กแต่ละคนเพราะเขามาจากคนละที่ คนละครอบครัว คนละบริบท ถูกเลี้ยงดูมาไม่เหมือนกัน ต้องเข้าใจและค่อยๆปรับ ครูต้องใจเย็นมากๆ
คำคม ไม่มีนักเรียนคนไหนเรียนรู้ไม่ได้ นอกจากครูที่สอนไม่เป็น (คุณครูลองคิดทบทวนดูนะค่ะว่าตัวเองเป็นแบบไหน)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น